ลาก่อนเธอที่ฉันเคยฝันอยู่ในทุกค่ำคืน

ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าใด ตัวฉันก็ลืมเลือนใบหน้าของเธอ

หากแต่ว่า ฉันยังคงจำเธอได้ เพราะว่าฉันมีรูปถ่ายที่คอยกระตุ้นความทรงจำอยู่เสมอ

ว่าผู้ชายคนที่ฉันเคยหลงรักอย่างหัวปักหัวปำมีใบหน้าเช่นนี้

 

ตอนนี้...ฉันรู้แล้วว่าฉันควรจะทำอย่างไร

เพื่อให้ภาพของเธอลบเลือนไปจากหัวใจของฉันคนนี้ซะที

ใช่แล้ว

 

ฉันก็แค่ต้อง "หักดิบ" เท่านั้น

แม้ว่ามันจะง่ายๆ แต่มันต้องอดทน

แล้วเวลาจะทำให้ฉันลืมเธอได้

 

ลาก่อนเธอที่ฉันเคยรัก 

 

 

 

ป.ล. ฉันไม่หวังอะไรกับความรักอีกต่อไปแล้ว หากมีบุญวาสนาได้ประสบ ก็ถือว่าเป็นโชค แต่หากว่าไม่ ฉันก็ยังคงหายใจต่อไป และเห็นทีต่อไปน ตัวฉันี้อาจจะเป็นได้แค่เครื่องจักรหาเงินก็เป็นได้... เงินมีความสำคัญเหลือเกิน เพราะมันซื้อความสุขได้จริงๆ 

 

 

 

เรื่องของคืนวันศุกร์

posted on 16 Sep 2008 23:07 by dream-lovers

 

 

 

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฉันเคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว...

ถ้าจะบอกว่ามันมาจากที่ไหน ก็คงต้องตอบว่า

แอบเข้าสเปซของเขาเพื่อเข้าไปอ่านน่ะแหละ...

นี่เป็นเรื่องเดียวที่เขาเขียน ก่อนที่จะลบมันทิ้งในเวลาไม่นาน

ที่จริงฉันได้เซฟเก็บเอาไว้ด้วย แต่ดันเผลอลบไปโดยไม่ตั้งใจเสียนี่

 

 

 

เมื่อได้อ่านเรื่องนี้...ทำให้ฉันรู้ว่า ที่จริงแล้วเขาก็เป็นคนที่คิดอะไรลึกซึ่งเหมือนกัน

ทั้งๆที่ดูไม่น่าเป็นไปได้เลย แต่เอาเถอะ แท้จริงแล้วฉันรู้จักเขามากซักเพียงไหนเชียว

เรียกได้ว่า...ไม่ต่างอะไรไปกับคนแปลกหน้าหรอก

 

 

เรื่องของคืนวันศุกร์ที่เขาเขียนนั้นมีเนื้อความเกี่ยวกับ

ตัวผู้ชายคนนึงซึ่งน่าจะหมายถึงตัวเขาเองนั่นแหละ ที่ใช้ชีวิตไปอย่างว่างเปล่า

วนซ้ำไปซ้ำมาเป็นวงจร ทุกคืนวันศุกร์ก็ออกไปปาร์ตี้ เมาแล้วก็กลับ

กว่าจะตื่นก็เที่ยงๆของวันเสาร์ แล้วก็เตรียมตัวออกไปเที่ยวต่อ และก็เป็นแบบเดิมคือเมาแล้วก็กลับ

กว่าจะรู้ตัวก็เป็นตอนเย็นของวันอาทิตย์ซะแล้ว

เช้าวันจันทร์ก็ต้องไปเรียนตามเดิม เพื่อรอปลดปล่อยตอนคืนวันศุกร์ใหม่

 

ชีวิตที่ดูสนุก...แต่แท้จริงแล้วก็แสนจะว่างเปล่า เพราะขาดซึ่งความรัก

 

ที่ฉันจำไำด้คร่าวๆก็มีประมาณนี้แหละ อ่านแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า

ตัวฉันเองก็เช่นกัน ที่ยังคงใช้ชีวิตว่างเปล่าอยู่ร่ำไป...

 

 

 

 

ป.ล. ฉันไม่หวังแล้วหล่ะ กับความรักข้างเดียวนี้

ได้แต่ต้องปล่อยให้มันจางหายไปกับกาลเวลา... 

 

โลกแห่งความฝัน

posted on 26 Jul 2008 21:20 by dream-lovers

 

 

 

มันอาจจะดูไร้สาระก็ได้

แต่ตอนนี้ฉันก็ดันมีความคิดแบบนี้ขึ้นมาในหัวซะแล้วสิ

.

..

...

....

.....

....

...

..

.

ฉันคิดว่า ที่จริงแล้วความฝันที่เราเห็นๆกันนั้น อาจจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆก็ได้ แต่อาจจะไม่ใช่กับตัวเรา รึอาจจะเกิดกับตัวเรานั่นแหละ แต่เป็นตัวเราที่มิติอื่น เป็นคนอื่นที่มิติอื่น หรือคนอื่นที่มิติเดียวกันกับเรา และในกรณีที่เราฝันแล้วมันเกิดขึ้นมาจริงๆ นั่นก็เป็นเพราะว่ามันเกิดขึ้นในมิตินี้กับตัวเราคนนี้นี่เอง 

 

ด้วยเหตุนี้เอง บางคนถึงเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วในความฝัน

แต่ก็นั่นแหละว่า เราไม่สามารถจำได้หมด รึว่าต่อให้จำได้ก็จำได้ไม่แม่นยำเอาซะเลย นั่นมันก็คงเป็นเพราะจิตของเราคงอ่อนเกินไป ทำให้จำไม่ได้หมดกระมังในเวลาที่ฝันอยู่ ถ้าจิตเข้มแข็งมากๆ ก็คงจะสามารถรู้อะไรได้หลายๆ อย่างแน่เลย

 

โดยส่วนตัวแล้วฉันเชื่อว่าโลกแห่งความฝันนั้น เป็นโลกอีกมิติหนึ่งที่จิตของคนสามารถเข้าไปท่องเที่ยวได้

 

ไม่รู้สินะ

ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจดความฝันเอาไว้ แล้วมานั่งอ่านดูเหมือนกันนะ ว่ามันจะเป็นจริงซักกี่เรื่องกัน       

 

แต่ว่ามันคงจะเป็นงานหนักเกินไป

ฉันจึงได้แต่บันทึกเรื่องที่ฉันเคยฝันเกี่ยวกับเขาเอาไว้

แล้วก็ได้แต่ภาวนาให้มันเป็นจริงซักเรื่องทีเถอะ....

 

 

 

ว่าแต่แล้วคุณหล่ะ...เคยฝันอะไรแล้วมันเป็นจริงมั้ย 

 

 

 

 

 

ป.ล. ฝันที่เป็นจริงอันล่าสุดของฉันก็คือ เรื่องรายงานหล่ะ ฉันทุ่มเมกับรายงานนี้มาก แต่ก็รู้สึกว่าทำไม่ค่อยได้ดีละมั๊ง ก็มันยากนี่... สุดท้ายแล้วฉันก็ฝันว่า อาจารย์เอารายงานของฉันไปชมหน้าชั้นเรียน แล้วบอกว่าดีมากและก็ให้เพื่อนในห้องดูเป็นตัวอย่างใหญ่เลย  ในความจริง วันที่อาจารย์แจกรายงานคืนนั้น ฉันก็เกิดอารมณ์ท้อขึ้นมาซะอย่างนั้น ก็เลยโดดเรียนคาบนั้นไป แล้วพอไปเข้าเรียนในวันอื่นที่มีคลาส ก็ปรากฏว่าอาจารย์ชมของฉันว่าดีมาก แถมยังบอกว่าใช้ภาษาได้ดีซะอีก แล้วถามว่าเคยไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกาหรือที่อื่นมั้ย... แน่นอนสิว่าไม่ แสดงว่าตอนนี้ภาษาอังกฤษของฉันยังไม่ตกต่ำมากนักสินะ ถึงจะรู้สึกว่ามันแย่กว่าสมัยม.ปลายเยอะเลยก็เถอะ ขนาดตอนออกไปพรีเซนต์ตอนนี้ยังตื่นเตนแทบตาย พูดทีไรเสียงสั่นทุกทีเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะหาย คงเพราะฉันชอบสร้างแรงกดดันทางความคิดให้กับตัวเองโดยไม่รู้ตัวหล่ะมั๊ง แถมยังชอบสร้างสถานการณ์จำลองในใจก่อนอีก ลึกๆแล้วฉันมันก็พวก perfectionist ดีๆ นี่เอง...